BRANDBIZ GROUP ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Digital SME Conference Thailand 2026 หรือ DSME 2026 งานสำหรับผู้ประกอบการ นักการตลาด และนักกลยุทธ์ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ธีม “Framework for Growth” เพื่อแชร์ Framework และแนวคิดที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างเป็นระบบและนำไปใช้ต่อได้จริง.
ภายในงาน คุณมนัสนันท์ เมธีศิลปวณิช ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร BRANDBIZ GROUP ร่วมขึ้นเวทีใน Session “ทลายกับดัก ‘ขายดีแต่เสี่ยงตาย’: A Capability Framework for Effortless & Scalable Business” ร่วมกับคุณสิริลักษณ์ กิ่งก้าน จาก AnyMind.
จาก Campaign ที่ขายดี สู่ Capability ที่ธุรกิจเป็นเจ้าของ
หนึ่งในประเด็นสำคัญของ Session คือ ยอดขายที่เพิ่มขึ้นจาก Campaign ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องเสมอไป. คำถามที่สำคัญกว่าคือ เมื่อ Campaign จบแล้ว ธุรกิจเหลืออะไรที่สามารถนำกลับมาใช้ต่อได้บ้าง.
ถ้าทุกครั้งที่ต้องการยอดขาย ธุรกิจต้องเริ่ม Campaign ใหม่ ใช้งบใหม่ หรือพึ่งพา Platform และ Audience ของคนอื่นเหมือนเดิม การเติบโตก็อาจยังขึ้นอยู่กับ Effort ระยะสั้นมากกว่าความสามารถที่องค์กรสร้างขึ้นเอง.
Brand × Tribe × Tech
Framework ที่ถูกนำมาแชร์บนเวทีมองการเติบโตผ่าน 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ Brand, Tribe และ Tech. ทั้งสามส่วนต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่แยกออกจากกันเป็นคนละกิจกรรม.
Brand คือการเข้าใจว่าแบรนด์ของเราคืออะไรในมุมมองของลูกค้า และต้องการให้คนจดจำเราในฐานะอะไร. จุดยืนที่ชัดช่วยให้ทุกการสื่อสารและประสบการณ์ของแบรนด์มีทิศทางเดียวกัน.
Tribe คือการเข้าใจกลุ่มคนที่มีความสัมพันธ์กับแบรนด์จริง ๆ. ในวันที่ความสนใจของผู้บริโภคมีความเฉพาะมากขึ้น ธุรกิจต้องมองให้เห็นว่า Community, Creator หรือ Fandom แบบไหนสามารถเชื่อมกับแบรนด์และพัฒนาไปสู่ความสัมพันธ์ระยะยาวได้.
Tech คือระบบและเทคโนโลยีที่ช่วยให้ธุรกิจเก็บข้อมูล เข้าใจลูกค้า เชื่อม Customer Journey และนำ Insight กลับมาใช้ซ้ำได้. Technology จึงไม่ควรเป็นเพียงเครื่องมือเสริม แต่ควรช่วยสร้าง Capability ให้กับองค์กร.
สร้าง Oasis ที่ธุรกิจเป็นเจ้าของ
อีกแนวคิดสำคัญคือการสร้าง Oasis หรือ Ecosystem ที่เป็นของธุรกิจเอง. เป้าหมายคือทำให้แบรนด์ไม่ต้องพึ่งพา Campaign หรือ External Platform เพียงอย่างเดียว แต่สามารถเปลี่ยนสิ่งที่เรียนรู้ให้กลายเป็น Asset, Data และระบบขององค์กร.
O-A-S-I-S: จาก Data ไปสู่การ Scale
O – Own คือการรู้ว่าลูกค้าของเราคือใคร และมี Data หรือ Asset ที่ธุรกิจเป็นเจ้าของเอง.
A – Analysis คือการวิเคราะห์เพื่อเข้าใจว่าลูกค้าซื้ออะไร ซื้อเพราะอะไร และอะไรคือปัจจัยที่ทำให้เกิดผลลัพธ์.
S – Serve คือการนำข้อมูลและความเข้าใจที่มีไปใช้กับลูกค้าได้จริง เพื่อสร้าง Experience ที่เหมาะสมและตอบโจทย์มากขึ้น.
I – Institutionalize คือการเปลี่ยนสิ่งที่ทำแล้วได้ผลให้กลายเป็นระบบ กระบวนการ และความสามารถภายในองค์กร เพื่อให้สามารถทำซ้ำได้.
S – Scale คือการทำให้ระบบและ Capability ที่สร้างไว้สามารถรองรับการเติบโตได้ โดยไม่ต้องเพิ่ม Effort หรือภาระในสัดส่วนเดียวกับยอดขาย.
เป้าหมายไม่ใช่แค่ขายดี แต่ต้องโตต่อได้
สิ่งที่ธุรกิจสร้างขึ้นควรตอบได้ว่าเป็น Asset ของเราเองหรือไม่ เราเข้าใจลูกค้าชัดขึ้นหรือไม่ สามารถนำข้อมูลไปใช้ต่อได้ทันทีหรือไม่ ทีมสามารถทำเองได้หรือไม่ และเมื่อธุรกิจโตขึ้น ระบบสามารถรองรับการ Scale ได้หรือไม่.
เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้เกิดขึ้นครบ ธุรกิจจะไม่ได้มีเพียง Campaign ที่สร้างยอดขายในช่วงเวลาหนึ่ง แต่จะมี Capability ที่สามารถนำกลับมาใช้ พัฒนา และต่อยอดการเติบโตได้ในระยะยาว.
Framework for Growth ที่นำกลับไปใช้กับธุรกิจจริง
แนวคิดนี้สอดคล้องกับธีมหลักของ DSME 2026 ซึ่งมุ่งให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนจากการลองผิดลองถูก มาเป็นการใช้ Framework ที่ชัดเจนในการวางกลยุทธ์และสร้างการเติบโตอย่างเป็นระบบ.
สำหรับ BRANDBIZ GROUP การเติบโตจึงไม่ใช่เพียงการสร้าง Campaign ให้ประสบความสำเร็จ แต่คือการเชื่อม Brand, Tribe และ Tech เข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง Capability ที่ธุรกิจสามารถเป็นเจ้าของและ Scale ต่อได้จริง.